Get Adobe Flash player

บทที่ 5 การลดความเสี่ยง

คนขับที่มีประสบการณ์ดีสูงคำนึงสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่รอบข้างตลอดเวลามี การปรับเปลี่ยนวิธีการขับ โดยใช้ กระบวนการก SEE  ตามขั้นตอน ๓ ข้อ เพื่อการตัดสินใจอย่างเหมาะสม และนำมาใช้เป็นข้อปฏิบัติในสภาพของการจราจรที่แตกต่างกัน

  1. การค้นหา
  2. การประเมิน
  3. ปฎิบัติ

การค้นหา(Search)
สำรวจรอบๆ  ทั้งสองด้าน ด้านหลัง เพื่อเลี่ยงอันตรายก่อนที่จะเกิดขึ้น   สำรวจอย่างไร เวลาไหน และ ที่พื้นที่ที่คุณจะสามารถเลี่ยงอันตรายได้นั้น จุดสำคัญที่ต้องเลี่ยงอันตรายหรือช่องทางในการหนีหรือเลียงอันตรายคือ ทางสี่แยก แหล่งช๊อปปิ้ง โรงเรียน เขตก่อสร้าง  สำรวจแหล่งเหล่านี้ :

  • รถที่กำลังขับสวนทางมาอาจจะเลี้ยวขวาตรงตัดหน้าคุณ
  • รถทีขับมาจากทางด้านซ้ายและขวา
  • รถทางที่วิ่งมาใกล้ทางด้านหลัง
  • สภาพถนนน่าจะเกิดอันตราย ระวังโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มองเห็นไม่ชัดหรือ มีขีดจำกัดการมองเห็นในย่านูรกิจที่ล้อมรอบตัวคุณ สามารถบดบังคุณกับมอเตอร์ไซด์จากคันอื่นได้

การประเมิน(Evaluate)
ให้คิด ว่าอันตรายนั้นจะเกิดขึ้นโดยมีผลทำให้เกิดความเสียงต่อตัวเราได้อย่างไร ควรคาดการณ์ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต และต้องมีมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าวทุกเมื่อ

  • ถนนและลักษณะของพื้นผิวของถนนเป็นหลุมบ่อ  ราวทาง สะพาน เสาโทรศัพท์ และต้นไม้ ซึ่งเคลื่อนที่ไม่ได้แต่มันก็มีอิทธิพลต่อการวางแผนในการขับขี่เหมือนกัน
  • เครื่องหมายควบคุมจราจร  เครื่องหมายบังคับ เครื่องหมายเตือน เครื่องหมายบนทางเดินเท้าที่จะช่วยให้คุณเดาสถานการณ์ ล่วงหน้าได้
  • พาหนะและพาหนะอื่น อาจจะเคลื่อนมาในช่องทางของคุณ และเป็นไปได้ที่จะเพิ่มให้เกิดการชนกัน
  • คำนึงถึงเวลาและพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัย ซึ่งคุณตัองรักษา เอาไว้เพื่อตอบรับกับอุบัติเหตุที่จะเกิดได้อย่างรวดเร็ว

การปฏิบัติ (Execute)
การปฏิบัติตามที่ได้ตัดสินใจ

  • สร้างพื้นที่ว่างและ ลดความรุนแรงของอุบัติเหตุให้น้อยลง
  • ใช้สัญญานไฟ และ/หรือ แตร
  • เร่งความเร็วโดยการเร่ง หยุด หรือช้าลง
  • ปรับตำแหน่ง และ/ หรือทิศทาง

ทางร่วมทางแยก
ในบริเวณที่มี ความเสี่ยงสูง เช่นทางร่วมทางแยก แหล่งช๊อปปี้ง โรงเรียน เขตก่อสร้าง  ให้จับทั้ง ครัต และเบรคทั้ง 2 อย่างเพื่อให้ความพร้อม เพื่อใช้งานได้อย่างทันท่วงที ข้อขัดแย้งหลัก ๆ ระหว่างคุณกับคนขับคันอื่น คือทางร่วมทางแยก ทางสี่แยกมีทั้งกลางเมือง แหล่งชุมชน รถอาจจะข้ามเข้ามาช่องทางของคุณ การขับเข้ามาอย่างผิดกฏของคนขับ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการชนของมอเตอร์ไซ หรือ รถยนต์ รถที่จะเลี้ยวซ้ายข้างหน้าคุณ พร้อมทั้งรถที่กำลังเลี้ยวซ้ายจากช่องทางทางขวาของคุณ และรถที่อยู่ข้างทาง ซึ่งจะเข้ามาในช่องทางของคุณ นั้นเป็นอันตรายอย่างมาก ใช้ SEE มาช่วยในการวิเคราะห์ ไม่มีหลักประกันใดว่าคนอื่นเห็นคุณ อย่าเชื่อการสบสายตา ว่าเป็นสัญญานให้ทาง บ่อยครั้งที่คนขับรถมองตรงไปที่มอเตอร์ไซด์ แต่การมองเห็นก็ยังผิดพลาดได้ การใช้สายตาเป็นสิ่งเดียวที่คุณทำได้ ถ้ารถเข้ามาในช่องทางคุณมันก็อาจจะง่ายที่จะเห็น  นักขับที่ดีจะต้องดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแต่ไม่เข้าไปร่วม ต้องอยู่ห่างๆเอาไว้

การเพิ่มโอกาสการให้ผู้อื่นมองเห็นตรงสี่แยกนั้น  ให้เปิดไฟหน้า (แม้แต่เวลากลางวัน) ขับในช่องทางที่รถสวนมาจะมองเห็นได้ชัดเจน ทิ้งระยะปลอดภัยใช้รอบรถ เพื่อเตรียมความพร้อมรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ขณะที่คุณเข้าใกล้ทางแยก ให้เลือกตำแหน่ง ช่องเดินรถ ซึ่งช่วยการมองเห็น ของคุณและคนขับคนอื่น  ให้จับทั้ง ครัตและ เบรก เพื่อลดปฏิกิริยาตอบสนองกัน  ลดความเร็วลงเมื่อถึงทางสี่แยก หลังจากเข้าทางแยกแล้ว ขับหลีกจากรถอื่นที่กำลังจะเลี้ยว อย่าเปลี่ยนความเร็วหรือตำแหน่งกะทันหัน เพราะคนขับอาจจะคิดว่าคุณกำลังเตรียมเลี้ยว
จุดอันตรายทางสี่แยก ( จุดบอด )

เมื่อถึงจุดที่เป็นอันตรายทางแยก เคลื่อนเข้าไปช่องทางที่ทำให้เห็นได้ง่ายๆ ในขณะนั้น ควรขับไปในช่องทางขวา ห่างจากรถที่จอดอยู่ เพื่อที่คนขับรถคันที่อยู่ตรงข้าม จะเห็นคุณได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ข้อเตือนใจคือมองเห็นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และให้คนอื่นมองเห็นคุณขณะที่คุณยังรักษาความปลอดภัยเอาไว้
ในทางกลับกันคนขับอาจจะขับตัดหน้าคุณให้ ลดความเร็วหรือเปลี่ยนช่องทาง เพื่อจัดระยะความปลอดภัยใหม่
การ กลับรถกะทันหันเป็นอันตรายมากที่สุด เพราะอาจใช้พื้นที่ของถนนเป็นวงกว้าง ขวางหน้าทำให้คุณขับต่อไปไม่ได้  เพราะคุณไม่สามารถที่จะเดาว่าที่ผู้ขับจะทำอะไร ให้ลดความเร็ว และให้ผู้ขับรถ ระวัง โดยปีบแตรและขับต่อไปอย่างระมัดระวัง         

การแซงรถที่จอดอยู่
เมื่อขับ แซงรถที่จอดอยู่ ให้ขับอยู่ในช่องทางด้านขวา ต้องหลีกเลียงปัญหาการเปิดประตู หรือคนขับที่กำลังออกจากรถ หรือ คนเดินผ่านรถทั้งสองคัน ได้ถ้ามีรถกำลังวิ่งสวนทางมา ทางที่ดีที่สุดคือต้องรักษาตำแหน่งไว้กลางช่องทาง เพื่อมีระยะปลอดภัยมากที่สุด ห้ามแซงรถที่จอดอยู่บนทางโค้ง อันตรายสามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าคนขับรถออกจากทางโค้งโดยไม่ดูด้านหลัง  ถึงแม้ว่าเขาอาจจะดูแล้วแต่ก็ยังมองไม่เห็นคุณ

การเพิ่มความไม่เข้าใจสงสัย
ใน กรณีที่รถยนต์ชนกับมอเตอร์ไซด์  บ่อยครั้งที่ผู้ขับรถจะบอกว่ามองไม่เห็นรถมอเตอร์ไซด์ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า หรือหลังก็ตาม ขนาดของมอเตอร์ไซด์ นั้นเล็กกว่า ขนาดของรถยนต์  ดังนั้น มันยากมากที่จะบอกว่าเห็นสิ่งที่คุณไม่สนใจมอง และผู้ขับรถส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ มองรถมอเตอไซด์  และเช่นเดี่ยวกับ รถมาอเตอร์ไซด์ก็จะมองดูรถที่เล็กกว่า แทนที่จะมองหารถยนต์ซึ่งเป็นปัญหา 

ถึงแม้ว่าคนขับจะเห็นคุณกำลังขับรถมอเตอร์ไซด์มา แต่คุณก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี รถทีมีขนาดเล็ก ดูเหมือนอยู่ไกลและวิ่งอย่างช้ากว่าที่เป็นจริง เป็นปกติทีคนขับรถจะหักรถออกไปด้านหน้าของผู้ขับรถมอเตอไซด์ คิดว่าพวกเขาคงจะมีเวลามาก  ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยที่เขาคิดผิด อย่างไรก็ตาม คุณสามารถทำได้หลายอย่างที่จะทำให้ง่ายแก่คนขับรถคนอื่นที่จะใช้ความระมัด ระวังตัวคุณ และมอเตอไซด์ของคุณ

เสื้อผ้าที่สวมใส่
การชนส่วน มากเกิดขึ้นในเวลากลางวัน ควรสวมเสื้อที่สีฉูดฉาดเพื่อให้ผู้อื่นมองเห็นได้อย่างชัดเจน  จำไว้ว่า ร่างกายเป็นเพียงครึ่งหนึ่ง ของการมองเห็น ของคนที่ขับขี่หรือรถมอเตอไซด์ เสื้อแจ๊ดเก๊ต หรือเสื้อคลุมสี แสด แดง เหลือง เขียว ทำให้มองเห็นได้ดี  หมวกกันน๊อกควรใช้ได้มากกว่าการป้องกันการกระแทก หมวกกันน๊อกที่สีฉูกฉาดยังช่วยในการมองเห็นได้เหมือนกัน สีฉูดฉาดทุกๆ สีย่อมดีกว่าสีดำ หรือทึบ  เสื้อผ้าที่สีสว่างเป็นสิ่งที่ช่วยได้ วัสดุรสะท้อนแสงที่อยู่บนเสื้อผ้าหรือด้านข้างของหมวกกันน๊อค จะช่วยให้ คนขับที่ตามมา ทางด้าน้างหลังมองเห็นได้ชัดเจน วัสดุสะท้อนยังช่วยได้เป็นอย่างมาก  สำหรับผู้ขับรถมาทางด้านข้างและด้านหลัง

ไฟหน้ารถ
ทางที่ดีทีสุดที่จะ ทำให้ คนอื่นมองเห็นคุณคือการเปิดไฟ หน้ารถตลอดเวลา แม้ว่าจะเป็นเวลากลางวันก็ตาม จากการสำรวจพบว่ามอเตอไซด์ที่เปิดไฟหน้าหน้ารถขณะวิ่งจะมองเห็นได้ชัดเจนถึง 2 เท่ากว่าไม่เปิดไฟ ใช้ไฟต่ำตอนกลางคืนและขณะหมอกลงหนา

สัญญาน ไฟ
สัญญาน ไฟบนมอเตอไซด์ก็ คล้ายกับรถยนต์ เป็นการบอกคนอื่นว่าคุณ จะทำอะไรต่อไปสัญญานต่างๆ ที่ใช้นั้นสิ่งที่สำคัญ ให้ใช้สัญญานทุกครั้ง เมื่อจะเปลี่ยนช่องทาง หรือเลี้ยว รถให้ใช้ถึงแม้ว่าจะไม่มีรถตามมาก็ตาม รถที่คุณมองไม่เห็นนั้นทำให้เกิดปัญหา มากที่สุด สัญญานไฟของคุณ จะทำให้ มองเห็นง่ายขึ้น ดังนั้นการใช้สัญญานในการเลี้ยวเป็นความที่ดีที่สุดถึงแม้ว่าการวางแผนได้จะ ไม่ตรงจุดนัก

เมื่อคุณขับเข้าสู่ถนนสายหลัก  ผู้ขับที่เข้ามา ทางด้านหลังเห็นสัญญาณของคุณและให้ทาง การให้สัญญาณไฟก่อนจะเปลี่ยนช่องทางทุกครั้งเป็นการลดความสับสนและความเบื่อ หน่าย  เมื่อทำการเลี้ยวแน่ใจว่าได้เปิดไฟแล้ว หรือผู้ขับอาจจะขับเข้ามาในช่องทางของคุณ เพราะคิดว่าคุณจะทำการเลี้ยวอีกครั้ง ใช้สัญญาณไฟเลี้ยวทุกครั้งเพื่อให้ผู้ขับรถอื่นปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง

สัญญาณไฟหยุดรถ
ไฟ หยุดของรถมอเตอไซด์โดยปกติ ไม่เป็นที่สังเกต เหมือนกับไฟเบรครถยนต์ โดยเฉพาะเมื่อไฟท้ายรถคุณ เปิดอยู่ ถ้าสถานการณ์ อำนวยให้คนอื่นสังเกต เห็นไฟเบรคคุณ ก่อนที่จะลดความเร็วลงต้องกระพิบไฟเบรคก่อนเพื่อ

  • คุณลดความเร็วอย่างรวดเร็ว กว่าที่คนอื่นจะคาดการไว้
  • ลดความเร็วลงโดยผู้ขับรถอื่นไม่คาดคิด
  • ถูกขับตามกระชันชิด ควรกระพิบไฟเบรค ก่อนหยุดรถ

คนที่ขับจี้ติดท้ายตามมานั้น มองเห็นคุณแต่มองไม่เห็นว่ามีเหตุการณ์อะไรข้างหน้า ที่อยู่ด้านหน้า  ซึ่งจะทำให้คุณลดความเร็วลง  การปฏิบัติดังกล่าวหวังว่าคงจะทำให้ขับไม่จี้ติดท้ายรถคันอื่นเป็นการ เตือนให้รู้ว่ามีอันตรายรอยอยู่ข้างหน้าซึ่งเขามองไม่เห็น

การใช้กระจกต่าง
เป็นความจำ เป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องรักษาเส้นทางการขับขี่ซึ่งไม่อาจรู้ว่าจะมีอะไร เกิดขึ้นข้างหน้าอะไรเกิดขึ้นด้วยหลังรถ เพราะสภาพการจราจรจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  การปรับกระจกบ่อยๆ เป็นสิ่งหนึ่งที่คุณควรทำ เพื่อค้นหาตำแหน่งที่เหมาะสม

  • เมื่อคุณหยุดตรงทางร่วมทางแยก ให้มองดูรถที่มาทางด้านหลัง  คนขับรถคนอื่นที่ไม่สนใจการขับขี่อาจจะขับมากับคุณโดยที่มองไม่ทัน
  • ก่อนจะเปลี่ยนช่องทางต้องแน่ใจว่าไม่มีใครกำลังแซงขึ้นมาพอดี
  • ก่อนที่คุณจะลดความเร็ว คนขับรถด้านหลังอาจจะไม่ได้คิดว่าจะชลอความเร็ว หรือไม่แน่ใจบริเวณไหนที่จะลดความเร็ว ตัวอย่างเช่น คุณใช้สัญญานไฟเลี้ยว ผู้ขับคิดว่าคุณจะเลี้ยวตรงทางออก หรือทางแยกสู่ถนนใหญ่ที่ใกล้กว่า
  • มอเตอร์ไซ บางคันติดกระจกโค้ง จะทำให้การมองเห็นด้านหลังได้กว้างกว่า กระจกแบน ทำให้รถดูเหมือนอยู่ไกลกว่าเป็นจริง ถ้าคุณไม่ได้ใช้กระจกโค้ง ต้องพยายามใช้ให้คุ้นเคย( ขณะที่หยุดรถให้จำภาพรถที่จอดอยู่ ให้ปรากฏในกระจก กะระยะว่าไกลสักเท่าไร ) หันมองกระจกจนกว่าจะสามารถคำนวณ ระยะทางได้ดี ถูกต้องนอกจากนั้น ต้องรอให้มีพื้นที่ว่างก่อนที่จะเปลี่ยนช่องทาง

การย้านอุปกรณ์และการดัดแปลงกระจกมอเตอร์ไซเป็นการตัดสินใจที่ผิดอย่าง มหันต์ต่อความเสี่ยง ส่วนมากคนขับขี่ เชื่อว่าสามารถขับขี่ได้เร็ว โดยไม่มีกระจกมองหลัง ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ต้องติดตั้งประจำทุกคัน เพราะฉนั้นจึ่งเป็นการเชื่ออย่างผิดๆ  การลดความเสี่ยงจากการมองเห็นทางด้านหลังมอเตอร์ไซด์จึงไม่ควรกระทำ และไม่ควรดัดแปลงใดๆ กับกระจกเป็นอันขาด

การตรวจด้านหน้ารถ
การมองแค่ กระจกนั้นยังไม่พอ มอเตอร์ไซด์ ก็มีจุดบอดเหมือนกันกับรถยนต์  ก่อนที่จะเปลี่ยนช่องทาง  ให้หันศรีษะมองด้านข้าง ซ้าย และ ขวา บนถนนที่มีหลายช่องทาง ให้ดูช่องทางที่อยู่ไกลสุด และช่องทางที่ไกลถัดไป คนขับรถคนอื่นอาจจะขับเข้ามาในทางที่คุณจะขับขี่ไป เหมือนกัน
การตรวจดู ด้านหน้ารถควรปฎิบัติบ่อยๆจนเป็นนิสัย เพียงแค่รู้ว่าจะเกิดอะไร ขึ้นรอบๆ ตัวคุณก็เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้

แตร์
การใช้แตรรถเป็นการให้ สัญญาณเพื่อเตือน ให้ผู้ขับรถรู้ได้ อย่างเร็วการให้สัญญาณแตรแต่ระครั้งอย่างรวดเร็วย่อมเป็นความคิดที่ดี  เมื่อมีคผู้ขับรถ จะเข้ามาในช่องทางของคุณ
สถานการณ์ตัวอย่าง

  • คนขับรถในช่องทางถัดจากคุณกำลังขับ และอาจจะต้องการแซง
  • รถที่จอดอยู่ และมีคนขับ
  • มีคนอยู่บนถนน ที่กำลัง ขี่จักรยาน หรือ เดิน

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน  ปิบแตรดังๆ นานๆ  เตรียมพร้อมเพื่อหยุดหรือหักเลี้ยวหลบจากอันตรายจำไว้เสมอว่าแตรของรถ มอเตอร์ไซด์เสียงดังน้อยกว่ารถยนต์  เพราะฉนั้นต้องใช้แตรให้เป็น แต่อย่ามั่นใจว่า จะได้ผลทุกครั้งแต่ก็มีหลายวิธีในการใช้แตร ให้เหมาะสม

การหลีกเลี่ยงการชนกะทันหันของผู้ขับขี่ในตอนกลางคืน
ช่วง เวลากลางคืน ทำให้การมองเห็นและให้ผู้อื่นมองเห็นนั้นยาก การมองเห็นสัญญาณไฟหน้าและไฟท้ายที่แยกออกจากไฟรถยนต์ที่จอดรอบๆ รถคุณ มองเห็นได้ไม่ง่ายนักเพื่อช่วยเสริมให้การมองดีขึ้นคุณควรจะ

  • ลดความเร็ว
  • ขับให้ช้าลงกว่าช่วงเวลากลางวัน  - โดยเฉพาะถนนที่คุณไม่คุ้นเคยดีพอ ซึ่งจะช่วยลดอันตรายได้มาก
  • เพิ่มระยะทาง

ระยะทางในตอนกลางคืนยากแก่การกะระยะกว่าตอนกลางวัน ตาคุณอาจจะมัวโดยไม่รู้ว่าแสงและเงาสะท้อนที่เข้ามา กระทบนั้น ทำให้มองไม่ชัดว่าตำแหน่งรถอยู่ไกลและเข้ามาเร็วแค่ไหน แสงสะท้อนในตอนกลางคืนเป็นอุปสรรคต่อแสงไฟที่เปิดอยู่ ให้ทิ้งระยะห่างรถคันหน้า 4 วินาที หรือมากกว่า และเว้นระยะเมื่อต้องการแซง หรือให้คนอื่นแซง

  • การใช้ไฟรถคันข้างหน้า  การใช้ไฟรถคันข้างหน้าทำให้มองเห็นถนนได้ดีกว่าการเปิดไฟสูงของคุณ ไฟท้ายรถ ขึ้นลงทำให้คุณระวังการกระเทือนหรือถนนไม่ดี
  • การใช้ไฟสูง  เปิดไฟรถทุกดวงเท่าที่จะทำได้ ใช้ไฟสูทุกครั้งไม่ว่าจะขับตามคันหน้าหรือรถวิ่งสวนทางมา เมื่อขับในตอนกลางคืน ต้องให้ผู้ขับรถคันอื่นมองเห็นได้ชัดเจนด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีสะท้อน แสง
  • การยืดหยุ่นในการใช้ช่องทางเดินรถ ให้เปลี่ยนช่องทางให้อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นเราได้ชัด หรือผู้อื่นมองเห็นได้ชัดเช่นกัน และ ทิ้งระยะให้เหมาะสม

การหลีกเลี่ยงการชน
ไม่ว่าจะ ขับอย่างระมัดระวังแค่ไหน ในบางครั้งคุณอาจจะพบว่าเข้าไปอยู่จุดที่คับขันแล้ว  โอกาสที่จะหนีออกมาด้วยความปลอดภัย ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแก้ไขได้เร็วและเหมาะสม การชนผู้ขับไม่มีความพร้อมหรือความชำนาญในการหลีกเลี่ยงการชน รู้ว่าเมื่อไรและทำอย่างไรที่ควรจะหยุดหรือหักหลบ สองสิ่งนี้ต้องใช้ความชำนาญและนำมาใช้การหลีกเลี่ยงการชน  ไม่ใช่เรื่องหรือเป็นไปได้ที่จะหยุดอย่างกะทันหัน เพื่อเลี่ยงสิ่งกีดขวางต่างๆ แต่ผู้ขับต้องหลบสิ่งกีดขวางให้ได้  พิจารณาใช้ความชำนาญแก้ไขเหตุการณ์ ตามความสำคัญของสถานการณ์

ผลการศึกษาการชนส่วนใหญ่เกี่ยวกับคนขับ

  • การควบคุมการเบรคล้อหน้าและล้อหลัง
  • ไม่แยกการใช้เบรคในขณะหลบหลีกหรือเลือกการหลบลีกตามความเหมาะสมข้อปฎิบัติเหล่านี้เป็นข้อแนะนำที่ดีสำหรับผู้ขับขี่

การหยุดกะทันหัน
ในการหยุด อย่างกะทันหัน ต้องใช้เบรคหน้าและหลังพร้อมกัน อย่าอายที่จะใช้เบรคหน้า แต่อย่าบีก้านเบรคให้แน่เกินไป ควรบีบให้นุ่มนวล ถ้าล้อหน้าล็อค ให้ปล่อยเบรคหน้า อย่างเร็ว จากนั้นบีบก้านเบรคอีกครั้ง และในเวลาเดียวกันนั้นให้เหยียบเบรคหลัง ถ้าการล๊อคเบรคล้อหลังโดยบังเอิญบนพื้นผิวถนนที่ราบเลียบ  คุณก็ปล่อยให้มันล๊อคอย่างนั้นจนกว่ามันจะหยุดอยู่กับที่   แต่ถ้าเกิดล๊อคล้อหลัง  คุณก็ยังสามารถควบคุมให้มอเตอไซด์ วิ่ง เป็นทางตรงต่อไปได้

เลี้ยว
วาง เท้าบนที่วางเท้าอย่างมั่นคงขับไปตามโดยมองดูเส้นทางที่ปลอดภัยสำหรับขับขี่ จับก้านมือจับให้แน่นหลังจากหลบสิ่งกีดขวางได้แล้วให้กลับเข้าสู่ช่องทาง เดิม หักเลี้ยวซ้าย หันมือซ้าย  กดปุ่มขวาเพื่อปิด  เลี้ยวขวา- กดปุ่มขวา และกดซ้ายอีกครั้งเพื่อปิด


 ถ้าจำเป็นตอ้งใช้เบรค ให้เบรคก่อน หรือ หลังก็ได้  อย่ากระทำในขณะหักเลี้ยว
สาเหตุเบื้องต้นของการชนคือคนขับมอเตอไซด์ ขับเข้าโค้งเป็นมุมกว้าง หรือกลับรถ และปะทะกับขอบถนน หรือวัตถุริมถนน

  • ทุกๆโค้งมีมุมแตกต่างกัน ระวังโค้งที่ต่อเนื่อง   ,มุมกว้าง  แคบ,  หรือโค้งที่หักไปมา
  • ขับขี่ในระดับทักษะที่คุณมี และจำกัดความเร็ว
  • เส้นทางของคุณที่ดีที่สุดอาจจะไม่ใช่วิ่งไปตามความโค้งบนถนน

การเปลี่ยนตำแหน่งในช่องทางขึ้นอยู่กับการจราจร  , สภาพถนน และทางโค้ง ถ้าไม่มีป้ายสัญญาณให้เริ่มขับออกมาทางด้านนอกของทางโค้งอย่าเลยเส้น ถ้าขณะนั้นไม่มีรถ เพื่อจะได้ช่วยเพิ่มการมองเห็น และรัศมีการเลี้ยวของคุณ ขณะเลี้ยวขับชิดด้านในของทางโค้ง และขณะที่ขับผ่านทางตรงให้ขับออกไปได้
ทาง เลือกอื่นคือขับไปตรงกลางช่องทางก่อนที่จะเข้าทางโค้ง  ขับไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง ถึงทางออก ซึ่งจะทำให้สามารถขับเข้าไปในช่องทาง ได้เร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ คุณสามารถที่จะปรับเปลี่ยนการขับขี่ได้ ในบริเวณที่มีการจราจรที่หนาแน่น หรือมีสิ่งกีดขวางบนทางของคุณ

การขับบนพื้นผิวถนนที่อันตราย
โอกาสที่จะผิดพลาดหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการชนนั้นเกิดขึ้นได้มาก  เมื่อคุณขับข้ามสิ่งเหล่านี้

  • ผิวถนนที่ขรุขระ หรือ มีสิ่งกีดขวาง
  • พื้นผิวที่เปียกลื่น
  • ถนนร่องทาง
  • ถนนเป็นหลุมบ่อ เป็นร่องๆ

ให้ระมัดระวังดูผิวหน้าถนน เช่น สิ่งกีดขวาง ทางลาดชัน หลุม เศษขยะ
พยายาม เลี่ยงสิ่งกีดขวาง โดยการลด ความเร็ว หรือขับอ้อมไป  ถ้าคุณต้องขับข้ามสิ่งกีดขวางนั้นไป อย่างแรกให้คิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ให้ขับรถ เข้าไปเป็นมุม 90 องศา เท่าที่จะทำได้ กำหนดทิศทางและควบคุมขับตามต้องการ ถ้าต้องการขับผ่านสิ่งกีดขวางคุณควรจะ  :

  • ลดความเร็วก่อนที่จะถึงสิ่งกีดขวางนั้นให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้
  • แน่ใจว่ามอเตอร์ไซด์ได้ขับไปในแนวตรง
  • ยืนขึ้นวางน้ำหนักบนที่พักเท้า เพื่อลดการกระแทก โดยการงอเข่าและเลี่ยงการหล่นจากมอเตอร์ไซด์
  • ก่อนที่จะถึงสิ่งกีดขวางให้ลดคันเร่งเพื่อให้ล้อหน้ายือดเกราะถนนได้ดีขึ้น 
    ถ้าคุณขับผ่านสิ่งกีดขวางบนถนนแล้ว ให้ขับรถออกมานอกถนนและตรวจสภาพว่าเสียหายหรือไม่ยางรถ ขอบยาง ก่อนที่จะขับต่อไป

พื้นผิวลื่น
ผิวถนนที่ราบเรียบจะควบคุมการขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ได้ดี  ส่วนผิวถนนที่ไม่ราบเรียบคือสภาพดังต่อไปนี้

  • ทางเปียกชื้น  โดยเฉพาะหลังฝนตก ผิวที่ลื่นด้วยน้ำมัน ก่อนล้างออก
  • ถนนต่างระดับหรือ ทางลูกรัง หินทราย สีที่ทางแบ่งช่องทาง
  • แผ่นเหล็กและฝาปิดท่อ โดยเฉพาะเมื่อเปียกน้ำ

การขับขี่อย่างปลอดภัยบนถนนที่ลื่น

  • ลดความเร็ว – ลดความเร็วก่อนถึงจุดถนนที่ลื่น เพื่อลดการลื่นไถล  มอเตอร์ไซด์ ตอ้งใช้ระยะทางที่มากขึ้นเมื่อจะหยุด และเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องลดความเร็ว ก่อนเข้าโค้งในถนนที่เปียก
  • หลีกเลี่ยงการอย่างกะทันหัน --  การเปลี่ยนความเร็ว หรือทิศทางอย่างกะทันหัน ทำให้เกิดการลื่นไถล ให้ขับอย่างนุ่มนวล เท่าที่จะเป็นไปได้  เมื่อคุณเร่งความเร็ว  การเปลี่ยนเกียรการเลี้ยว  การเบรค
  • ใช้เบรกทั้งหน้าและหลัง- ใช้เบรกหน้าในถนนที่ผิวลื่นจะหยุดรถ ให้ใช้เบรคหน้าและหลัง อย่างนุ่มนวลเพื่อไม่ให้ล้อหน้าล๊อก จำไว้ว่า การใช้เบรกหลังให้ใช้แรงกดเบรคค่อยๆ
  • ตรงกลางของช่องทางอาจจะเป็นอันตรายได้ ถ้าเปียกลื่น เมื่อฝนตกใหม่ ให้ขับเข้าไปในทางด้านซ้ายของรถยนต์ ที่รีดเอาน้ำออกไปแล้ว  ส่วนหนึ่ง เป็นจุดที่รถยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการจาราจรและ ถนนด้วย
  • มองหาพื้นที่น้ำมันหยดลงบนพื้นถนนที่จะทำให้ลื่น เมื่อคุณจะหยุดหรือจอด
  • ขยะหรือก้อนกรวดที่มีอยู่ตามข้างทางของถนน – โดยเฉพาะทางโค้ง ทางเบี่ยงเข้าถนนสายหลัก  ให้ระวังสิ่งที่อยู่บนขอบถนน โดยเฉพาะเมื่อเลี้ยววงแคบมากๆ
  • ถนนทั้งส่วนถนนที่แห้งเร็วให้ขับไปได้ในพื้นที่ที่ถนนเปียกน้อยที่สุด และลดความเร็วลง
  • ถ้าไม่สามารถหลีกผิวถนนที่เปียกลื่นได้ ให้ขับไปเป็นแนวตรงและอย่างช้าๆเท่าที่จะทำได้  เอาเท้าพยุงไปบนผิวถนน ที่ลื่นมากๆ โดยปล่อยให้รถไหลไปเองหรือแล่นช้า เท่ากับคนเดินถนน และถ้ารถมอเตอร์ไซด์เริ่มจะล้มลงคุณจะรู้ได้ด้วยตัวเอง และอย่าใช้เบรค
  • ให้บีบคลัตและปล่อยให้รถไหลไป

ทางรถไฟและถนนเรียบทางรถไฟ
โดยปกติ การขับตรงไปในช่องทางข้างหน้าผ่านทางรถไฟคุณปลอดภัยกว่า การเลี้ยวข้ามผ่านทางรถไฟเป็นมุมหักศอก  ซึ่งสามารถทำให้เกิดอันตรายได้สูง -- การเลี่ยงรถของคุณถ้าอาจนำคุณไปในช่องทางอื่นก็ได้

หลุมและทางกำลังเสริมผิวถนน
การขับข้ามหลุมน้ำท่วม ขังหรือการเกลี่ยดินตรงคอเป็นสาเหตุที่ทำให้รถเขว ความรู้สึกว่ายากและความกังวลใจ  ยังไม่ก่อให้เกิดอันตรายให้ผ่อนคลายรักษาความเร็วให้คงที่และขับตรงไป ผู้ขับต้องมีแรงพอที่จะบังคับรถขับซิกแซก เพื่อให้อยู่ในช่องทาง  การขับซิกแซกไม่ก่อให้เกิดอันตรายเหมือนกับความรู้สึกที่เป็นกังวล

ปัญหาของเครื่องยนต์
ในสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิด ความผิดปรกติกับมอเตอร์ไซด์คุณ  ในการแก้ไขปัญหา ให้นึกถึงสภาพถนนและการจราจรที่กำลังเผชิญอยู่จะช่วยให้คุณเตรียมแก้ไขปัญหา ได้อย่างปลอดภัย

ยางรั่ว
คุณคงเคยได้ยินเสียงยางรั่ว ถ้ามอเตอร์ไซด์เริ่มไม่อยู่ในการบังคับควบคุม ยางรถทำไห้เกิดอันตรายได้ คุณต้องมีความสามารถที่จะรู้ว่ารถเป็นอะไร  ถ้ายางหน้าหรือยางหลังรั่ว ให้พยายามรักษาสมดุลไว้ให้เร็วที่สุด เริ่มเข้าจอดข้างทางและตรวจยางรถ ถ้ายางหน้ารั่วจะรู้สึกหนักเวลาหมุนมือ  ล้อหน้าแบนจะเป็นอันตรายมาก เพราะว่ามันส่งผลต่อนำการบังคับเลี้ยว คุณต้องควบคุมการเลี้ยวให้พอดี ถ้าล้อหลังรั่วรถจะกระตุกกระชาก และแกว่งไปมา
ถ้ายางข้างใดข้างหนึ่งรั่วขณะขับขี่

  • จับมือทั้งสองข้างให้แน่น ลดความเร็วและขับตรงไป
  • ถ้าต้องใช้เบรกควรใช้อย่างนุมนวลใช้เบรกข้างที่ยางไม่รั่ว ถ้าแน่ใจว่ายางข้างใดข้างหนึ่งยังใช้ได้
  • เมื่อมอเตอร์ไซด์ชะลอความเร็วให้ขับชิดริมถนน บีบครัตและหยุดรถ

คันเร่งค้างติดขัด
ให้หมุนคันเร่งจนสุดกลับไปกลับมา หลายๆครั้งถ้าสายคันเร่งติดมือบิดจะหลวม ถ้าคันเร่งยังค้าอยู่ให้ปิดกุญแจ ปิดสวิททันที พร้อมทั้งบีบคลัต เพื่อให้เครื่องหยุดทำงาน แล้วขับเข้าข้างทาง หลังจากจอดแล้วให้ตรวจสอบระบบการทำงานของคันเร่งว่ามีปัญหาตรงไหน เมื่อแน่ใจว่าคันเร่งทำงานได้ปรกติแล้วจึงขับขี่ต่อไป

การส่ายไปมา
การส่ายไปมาเกิดขึ้นเมื่อล้อหน้าและกาน มือจับเริ่มสั่นขึ้นมาทันทีทำให้ส่ายไปมาที่ความเร็วไม่ว่าระดับใดการส่ายไป มาส่วนใหญ่ เกิดจากการบรรทุกไม่เหมาะสม อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม  หรือสูบลมยางไม่เหมาะสม  ถ้าคุณกำลังบรรทุกของหนักมาก  บรรทุกให้เบาลง ถ้าคุณไม่มาสามารถเลี่ยงได้ ให้เลื่อนหาจุดให้น้ำหนักบรรทุกอยู่ตรงกลางทางด้านหน้ารถ ต้องแน่ใจว่าลมยางถูกต้องสปริงรับน้ำหนักได้ อุปกรณ์รับน้ำหนัก หน้าหลังสามารถรับน้ำหนักได้ตามมาตรฐาน
    ตรวจสอบส่วนหลังเพื่อกันผิด พลาด  ดูส่วนหลัง  ล้อหน้าซึ่งออกจากจุดสมดุล  พวงล้อรถที่หลวม  หรือซี่ล้อรถและระวังทอนรถแกว่ง  ถ้าทั้งหมดนี้ไม่ใช่สาเหตุให้ขวามอเตอร์ไซด์ในช่วงตรวจสอบอย่างละเอียด  การพยายามควบคุมรถไม่ให้ส่าย  จะทำให้มอเตอร์ไซด์ไม่สมดุลกว่าเดิมเช่น

  • จับก้านมือจับรถให้แน่น  แต่อย่าต่อสู้กับการสั่นส่าย
  • ปิดคันเร่งกลับเพื่อลดความเร็วลง  อย่าใช้เบรก  การเบรกทำให้ส่ายแรงมากขึ้น
  • เลื่อนตัวไปด้านหน้าด้วยเพื่อให้น้ำหนักตัวกดลงด้านหน้าให้มากกว่าเท่าที่จะทำได้
  • ขับออกจากถนนเข้าข้างทางให้เร็วเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ปัญหาเกี่ยวกับโซ่รถ
โซ่ที่ลื่นหรือหลวม  ขณะที่คุณขับอยู่สามารถล๊อกล้อหลัง  และเป็นสาเหตุให้เกิดการลื่นไถลได้  ควรตรวจเช็คสม่ำเสมอและเหมาะสมตามระยะเวลา

  • การลื่นของโซ่เกิดขึ้นเมื่อเร่งเร็วหรือขับขึ้นเนิน  ขับออกข้างทางและตรวจดูโซ่และเฟื่องขับปรังแต่ให้แน่นขึ้น ถ้ามีปัญหาอุปกรณ์ที่เกี่ญวข้องเสียหายต้องเปลี่ยนใหม่   
  • การหลวมของโซ่  สังเกตจากการสูญเสียพลังขับเคลื่อนล้อหลัง ให้ดับเครื่องยนต์และหยุดรถ

เครื่องยนต์ขัดข้อง
เมื่อเครื่องยนต์ไม่ทำงาน อาจจะเป็นเพราะระดับน้ำมัน  อุปกรณืภายในเครื่องยนต์ทำงานไม่ราบรื่นและเครื่องยนต์ร้อน จัด สิ่งแรกที่จะรู้คือ  เครื่องไม่มีแรงและเสียงของเครื่องยนต์เปลี่ยนไป  บีบคลัตเพื่อหยุดการทำงานเครื่องยนต์จากล้อหลัง ขับออกข้างถนนและหยุด  ตรวจดูน้ำมัน เครื่อง  ต้องเติมน้ำมันเครื่องให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือเครื่องยนต์ไหหยุดการทำงาน  เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดก็จะเหมือนกับว่าล้อหลังถูกล๊อค  ปล่อยให้เครื่องยนต์เย็นก่อนอีกครั้ง

สัตว์ต่าง
   โดยความเป็นจริงคุณควรจะทำทุกอย่างเพื่อความปลอดภัยหลีกเลี่ยงการชนสัตว์ อย่างไรก็ตามถ้าคุณขับอยู่ในถนนอยู่ในช่องทาง  การชนสัตว์ที่มีขนาดเล็ก  ย่อมได้รับอันตรายน้อยกว่าที่จะชนกับสัตว์ที่มีขนาดใหญ่  เช่น  รถยนต์
    มอ เตอร์ซ์กับสุนัขดูเหมือนจะเป็นของคู่กัน  ถ้าคุณต้องเผชิญกับเหตุการณ์ให้  ลดความเร็วลงและ  เข้าถึงไปอย่างช้าๆ  ขณะที่ขับเข้าใกล้  แล้วให้เร่งเครื่องขับออกไปจากสัตว์ทางด้านหลังอย่าแตะมันควบคุมมอเตอร์ไซด์ ขับไปและมองไปข้างหน้า
   สำหรับสัตว์ขนาดใหญ่(ควาย,วัว,ช้าง)  เบรกและหยุด  เพราะไม่สามารถรู้ว่าสัตว์เหล่านั้นมีพฟติกรรมอย่างไร

การบรรทุกของหนักขับออกถนน  สิ่งของที่หลุดปลิวลงมา

สิ่งของที่หลุดปลิวลงมา
เกือบบ่อยครั้งที่ผู้ขับขี่ ถูกปะทะด้วยแมลง บุหรี่ที่ถูกทิ้งออกมาจากรถคันอื่น หรือก้อนกรวดที่กระเด็นขึ้นมา  โดยยางรถคันหน้า  ถ้าคุณสวมหน้ากากกันหน้าไว้อาจจะแค่ทำให้เปื้อนหรือเกิดรอยแตก  ทำให้การมองเห็นยากขึ้น  ถ้าไม่มีหน่ากากกันไว้อาจจะโดนตาคุณ  หน้า  หรือ ปาก  ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น  ให้พยายามลืมตาดูทางไว้  และบังคับก้านมือจับไว้  เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วให้เข้าจอดข้างถนนและตรวจดูความเสียหาย

การขับออกจากถนนน
เมื่อคุณต้องการขับออกไปในถนนเพื่อตรวจสภาพมอเตอร์ไซด์(หรือพักชั่วขณะ) คุณต้องแน่ใจว่า

  • ตรวจดูข้างถนน  แน่ใจพื้นผิวของถนนแน่นพอที่จะขับไป  ถ้าเป็นหญ้านุ่ม  หรือทราย  หรือถ้าคุณยังไม่แน่ใจ  ให้ขับช้าๆก่อนที่คุณจะเลี้ยว
  • สัญญาณ  ผู้ขับมาข้างหลังอาจไม่ได้คาดว่าคุณจะชลอความเร็ว  ต้องให้สัญญาณอย่างชัดเจนก่อนที่คุณจะกำลังลดความเร็ว  หรือเปลี่ยนทิศทาง  ดูกระจกและมองซ้าย-ขวาก่อนที่จะปฏิบัติ
  • ขับเข้าข้างทางให้ไกลจากถนนเท่าที่คุณจะทำได้  เป็นการยากที่จะเห็นมอเตอร็ไซด์ที่วิ่งข้างทาง  คุณไม่ต้องการให้คนอื่นขับเข้าข้างทางพร้อมกันกับคุณ
  • จอดอย่างระมัดระวัง  ไหล่ทางที่ลื่น  และลาดเอียงจะทำให้การทรงตัวยาก

การบรรทุกสิงของและคนซ้อน
      ผู้ขับที่มีประสบการณ์เท่านั้นที่ควรจะรู้วิธีบรรทุกคนซ้อนหรือของหนักได้   น้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้การควบคุม การขับขี่เปลี่ยนตามการทรงตัว การลดการเพิ่มความเร็วไปก่อนที่จะมีคนซ้อนหรือบรรทุกของหนักขับไปบนถนนให้ ทดลองการขับขี่นอกถนน

การขับขี่อย่างปลอดภัยเมื่อมีครซ้อนท้าย
• ติดตั้งอุปกรณ์และปรับมอเตอร์ไซด์เพื่อรับน้ำหนักคนซ้อนท้าย
• แนะนำผู้ซ้อนก่อนคุณจะขับออกไป
• ปรับเปลี่ยนเทคนิคการขับเมื่อน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม
• เบาะที่เหมาะสม  ใหญ่พอที่จะรับน้ำหนักพอดีโดยไม่เบียดกัน  อย่านั่งชิดไปด้านหน้าว่าปกติที่เคยนั่ง
• ที่พักเท้า  สำหรับคนซ้อนวางเท้าให้สนิทเพื่อป้องกันคนซ้อนไม่ให้ตกและดึงคุณตกลงไปด้วย
• ใช้อุปกรณ์ป้องกันเหมือนกับผู้ขับขี่

ปรับเปลี่ยนระบบกันกระเทือนให้เหมาะสมกับน้ำหนักที่เพิ่ม  บางทีคุณอาจต้องเพิ่มแรงดันลมยางถ้าต้องรับน้ำหนักคนซ้อน ( คู่มือตรวจสอบเพื่อปรับตำแหน่งที่เหมาะสม)  ขณะที่คนซ้อนนั่งบนเบาะกับคุณให้ปรับกระจกและไฟหน้าตามการเปลี่ยนแปลงการใช้ มอเตอร์ไซด์ อาจจะเป็นไปได้ที่มี่ผู้ซ้อนมากกว่าหนึ่งคนขี่ขับมอเตอร์ไซด์ที่ขนาดเล็กๆ แต่ ถ้าคุณเลี่ยงเหล่านี้ได้จะดีมากๆ  อาจทำให้เกิดอันตรายทั้งคนขับและคนซ้อน การบรรทุกผู้โดยสารจำนวนมากๆ จะทำให้บังคับรถได้ยาก ในประเทศไทยมักจะพบอันตรายบ่อยๆ จากการที่เอาเด็กมาซ้อนด้านหน้า   ซึ่งอันตรายนี้ไม่ได้เกิดเพียงแค่กับตัวเด็กเท่านั้นแต่ยังรวมถึงชีวิตของคน ขับและผู้โดยสารคนอื่นๆ ด้วย

ข้อแนะนำสำหรับคนซ้อน
ถึงคนซ้อนจะขับมอเตอร์ไซด์เป็น  ต้องบอกวิธีการให้ครบถ้วนก่อนที่คุณจะติดเครื่องยนต์และบอกคนซ้อนท้ายดังนี้
• ขึ้นซ้อนท้ายเมื่อรถติดเครื่องแล้ว
• นั่งให้ห่างคนขับเท่าที่จะทำได้โดยไม่เบียดกัน
• ใช้มือทั้งสองข้างจับเอวหรือสะโพก เข็มขัด หรือที่จับของคนซ้อนท้ายของจักยานยนต์ให้แน่น
• วางเท้าทั้งสองข้างอยู่บนที่พักเท้าแม้แต่ตอนหยุดรถ
• ให้ขาห่างจากท่อไอเสีย  โซ๋  หรืออุปกรณ์ที่เคลื่อนที่ของรถขณะใช้งาน
• นั่งตัวตรงและเอนตัวในระดับเดียวกับผู้ขับขี่
• หลีกเลี่ยงการพูดหรือเคลื่อนตัวโดยไม่จำเป็น

บอกให้คนซ้อนท้ายจับให้แน่นๆเมื่อ
• ขับเข้าไปในพื้นผิวถนนที่ขรุขระและมีปัญหา
• เริ่มจะออกรถจากที่จอด
• เตือนเมื่อจะเร่งเครื่องขับให้เร็ว

ขณะขับไปกับคนซ้อน
        รถมอเตอร์ไซด์ของคุณจะตอบสนองการขับเคลื่อนช้าลง  เมื่อมีผู้ซ้อนท้ายมาด้วยน้ำหนักของคนซ้อนทายยิ่งหนักกมากก็จะต้องใช้เวลาใน การลดความเร็วและเร่งเครื่องมากขึ้น  โดยเฉพาะไฟรถมอเตอร์ไซด์ที่มีขนาดเล็ก
• ขับช้าลงอีกนิด  โดยเฉพาะเมื่อขับเข้าโค้งมุมเลี้ยวของถนนหรือ เนินกันไม่ให้รถวิ่งเร็ว
• เริ่มลดความเร็วแต่เนิ่นๆก่อนจะเข้าจอด
• ทิ้งระยะห่างข้างหน้าและด้านข้างอย่างพอเพียง
• รอให้มีช่องว่างมากพอก่อนข้ามถนนเข้าไปหรือเชื่อมทางวิ่งร่วมไปกับคันอื่น
เตือน ผู้โดยสารเมื่อมีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้นเช่น เมื่อคุณจะหลักรถออกจากช่องทางหยุดกะทันหัน  เลี้ยวหักมุมแคบหรือขับข้ามเนินกั้นถนน พยักหน้าเล็กน้อยเมื่อคุณเข้าใจแต่ต้องมองถนนข้างหน้า

การบรรทุกของหนัก
          รถมอไซด์ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับการบรรทุกของมาก  การบรรทุกของปลอดภัย  เมื่อจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งและผูกยึดแน่นในจุดเหมาะสม
• บรรทุกของในจุด ต่ำสุด  ผูกมัดให้แน่นวางอานรถด้านหลัง  บรรทุกของปริมาณมากบนตะแกรงวางของหลังสุดของรถจะทำให้จุดศูนย์ถ่วงและการทรง ตัวของมอเตอร์ไซด์ที่เสีย บังคับรถได้ยาก
• ให้บรรทุกของมาทางด้านหน้า  วางของที่บรรทุกให้เลยหรืออยู่ด้านหน้า กระเป๋าใส่ของวางบนถังน้ำมันทางด้านหน้ารถ  ข้อควรระมัดระวังเมื่อบรรทุกของหนัก  หรือของแหลมคม  ต้องแน่ใจว่าไม่รบกวนก้านมือจับหรือเสียการควบคุม  การบรรทุกของหนักด้านหลังเพลาขับจะมีผลต่อการเลี้ยวและเบรกมันก็เป็นสาเหตุ ให้รถส่ายไปมาได้เหมือนกัน
• กระจายน้ำหนักสิ่งของที่บรรทุกให้เท่ากัน  บรรทุกกระเป๋าใส่ของด้วยน้ำหนักใกล้เคียงการบรรทุกไม่เท่ากันจะทำให้มอไซด์ วิ่งตะแคงไปข้างใดข้างหนึ่ง


เหล้าและยาเสพติดที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขับรถในส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับรถ
การ ขับมอไซด์ต้องมีข้อมูลหลายอย่างผู้ขับขี่จะต้องใช้และมีรูปแบบที่ค่อนข้าง ยุ่งยาก ผู้ขับขี่ที่ชำนาญจะให้ความสนใจต่อสภาพแวดล้อมและใช้ทักษะในการควบคุมรถได้ อย่างเต็มที่  มีความสามารถในการวิเคราะห์อันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  ตัดสินใจและปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญ  ความสามารถในการแก้ไขเหตุการณืขณะขับขี่  สภาพความพร้อมของร่างกายมีการตื่นตัวอยู่เสมอ  เหล้าและยารักษาโรคบางชนิด มีผลต่อร่างกายมากกว่าสิ่งอื่นๆ  โดยลดความคิดอ่านที่ถูกต้องเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย เหล้าเพียงเล็กน้อยสามารถลดการปฎิบัติได้อย่างมหันต์ ลองมาดูความเสี่ยงต่ออันตรายขณะขับขี่ หลังการดื่มเหล้า หรือยารักษาโรคบางชนิด ทำอย่างไรเพื่อปกป้องอันตรายต่อตัวคุณและผู้ขับขี่รายอื่นๆ ที่จะต้องตรวจสอบร่วมกัน

ทำไมข้อมูลเหล่านี้ถึงมีความสำคัญ

เหล้าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการชนมอเตอร์ไซด์  โดยเฉพาะการชนที่รุนแรงทำให้เสียชีวิตผลการสำรวจพบว่า  30-40%ของคนขับที่ตายจากอุบัติเหตุในประเทศไทยมาจากการดื่มเหล้า ระดับแอลกอฮอล์  7  ใน  8  ขึ้นไปพบว่าคนขับมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่ากฎหมายกำหนดไว้ ( 50 มิลิกรัม/ เปอร์เซน ) ที่เหลือพบว่ามีระดับน้อยมากและยังขับต่อไปได้ ในอดีตการวัดระดับในเลือดรู้ได้ยาก หรือไม่ได้แยกผลร้ายแรงที่เกิดจาการดื่มสุราในบันทึกของการจราจร  แต่การขับขี่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของการใช้ยาหรือดื่มแอลกอฮอล์จะมีผลทาง ร่างกายและผิดกฎหมายกับผู้ขับทุกคน
       การดื่มเหล้าและใช้ยาเสพติดก็เป็นปัญหาใหญ่ระหว่างผู้ขับมอไซด์เหมือนกับผู้ ขับขี่รถยนต์  อย่างไรก็ตามผู้ขับมอไซด์จะเกิดอุบัติเหตุถึงชีวิตและบาดเจ็บสาหัสสาเหตุ มากกว่า   อุบัติเหตุ  90% เกิดจากมอไซด์  และ  33%  เกิดจากรถยนต์มีผลมาจากมอเตอร์ไซด์  ในปีหนึ่งๆคนขับมอไซด์เสียชีวิต   8,000  คนและบาดเจ็บสาหัส 120,000  คนในกรณีเดียวกัน  สถิตินี้เป็นสถิติที่สูงเกินกว่าจะละเลย
     เมื่อมีความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์และยาเสพติดอื่นๆ   คุณจะเห็นว่าการขับขี่และผลกระทบด้านอื่นไม่ควรจะนำมารวมกัน  หาวิธีการปฎิบัติเพื่อป้องกันตัวเองจากอันตรายและคนอื่นๆจากการบาดเจ็บเช่น เดียวกัน

เหล้าและยาเสพติดอื่นในการขับขี่มอไซด์

ไม่มีใครรอดพ้นจากผลกระทบของการใช้ยาและเหล้า    เพื่อนอาจขี้โม้ว่ามีความสามารถในการขับขี่ดีกว่าเมื่อดื่มเหล้าและยาแต่ ทั้งเหล้าและยาเป็นตัวทำลายความคิดและร่างกายให้ช้าลง การตัดสินใจและความคิดการแก้ไขในการขับขี่ได้รับผลกระทบเร็วขึ้น  ก่อนที่จะถึงระดับที่กฎหมายกำหนด

  ร้านขายยาจำนวนมากและจำหน่ายผิดกฎหมายมีผลกระทบข้างเคียงที่เพิ่มอันตรายใน การขับขี่  เป็นการยากที่จะตรวจพบได้ว่าการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งจะเกี่ยวข้องกับการ ใช้ยา  แต่เรารู้ว่าผลกระทบยาเกี่ยวข้องกับการขับขี่มอไซด์  เราก็รู้ด้วยว่าการใช้ยาเสพติดร่วมกันกับแอลกอฮอล์มีอันตรายมากกว่าการใช้ เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

เหล้าและกฎหมาย
ในประเทศไทยคนมีระดับค้าแอลกอฮอล์  0.5%หรือมากกว่าจะพิจารณาว่าเมามาก ซึ่งไม่เกี่ยวกับว่าคุณจะแสดงท่าทางหรือออกแบบการทดสอบการเป่าและตรวจปัสสะ วะก็สามารถบอกได้ว่าคุณขับรถได้ถูกหรือไม่ถูกกฏหมาย โอกาสที่หยุดขับขี่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์มีน้อยมาก แต่โอกาสที่จะเสียชีวิตสูงนั้นมีมาก กฎหมายจึงถูกตั้งขึ้นใช้บังคับในระหว่าฤดูเทศการต่างๆ เพื่อลดอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากผู้ขับขี่ที่ไร้สติจากการ ดื่มเหล้ายาต่างๆ

การลดความเสี่ยง
               ความสามารถในการตัดสินใจว่าคุณขับได้ดีแค่ไหนมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นอันดับ แรก  ถึงแม้ว่ามีผลการขับขี่จะแย่ขนาดไหนก็คิดว่าคุณต้องทำได้ดีแล้วดีขึ้นอีก  ผลลัพธ์ก็คือคุณคิดว่าจะขับได้อย่างมั่นใจ  แต่จริงๆแล้วเป็นการเพิ่มอันตรายให้มากขึ้นเรื่อยๆ  ลดความเสี่ยงจากการดื่มให้น้อยลงและขับขี่ด้วยการใช้ขั้นตอนก่อนที่คุณจะ ดื่ม  ควบคุมการดื่มหรือการขับขี่ของคุณ

อย่าดื่มเหล้า
• ไม่ดื่มเมื่อคุณเริ่มต้น แรงต้านทานในตัวคุณก็จะลดลง
• กำหนด ระดับการดื่มหรือเลี่ยงจากการดื่มเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งการฝึกการตัดสินใจ ที่ดีเป็นสิ่งแรกที่ควรรู้ว่าเหล้ามีผลกระทบอย่างไร แม้ว่าคุณจะดื่มพอเป็นพิธี  คุณอาจคิดไม่ถึงว่า ความสามารถการขับขี่ลดลงเนืองจากผล

กระทบของความเหมื่อยล้าจากการดื่มเหล้า
•  หรืออย่าขับ    ถ้าคุณควบคุมการดื่มไม่ได้คุณต้องควบคุมการขับ
• จอดมอเตอร์ไซด์ของคุณไว้ และให้พยายามหาวิธีอื่นกลับบ้าน
• ถ้าคุณเมามากเกินความสามารถในการขับขี่  รอจนกว่าคุณจะส่างเมาและความเหนื่อยล้าหายไป

วิธีการป้องกันเพื่อนของคุณ
      คนที่ดื่มและเมามากไม่สามารถตัดสินใจอย่างถูกต้องได้  เดือดร้อนที่ผู้อื่นจะต้องเข้ามาช่วยไม่ให้ปฏิบัติการใดๆ ซึ่งเป็นการเสียงไม่มีใครอยากทำแบบนี้  มันไม่สะดวกทำให้หน้าเสียและไม่ได้รับความขอบคุณ  นานๆครั้งถึงจะได้รับคำขอบคุณในขระนั้นแต่มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย และแย่มาก

มีหลายวิธีที่จะช่วยเพื่อนของคุณจากการบาดเจ็บของพวกเขาเอ็ง
• การเตรียมพร้อมที่จะขับ หาวิธีการที่จะนำเขากลับบ้าน
• ดื่มให้ต่ำลงชักชวนให้เขาทำกิจกรรมอื่น
• ไปส่งเขาถึงที่ทำให้เขารู้สึกว่าจะพาเขากลับบ้านให้หาอาหารหรือกาแฟเพื่อค่าเวลา  อธิบายถึงความเอาใจใส่ของ

คุณความห่วงใยว่ากลัวถูกจับหรือเกิดอันตรายกับคุณหรือกับคนอื่นเก็บกุญแจรถพวกเขาไว้
• ชักชวนเพื่อนให้มีส่วนร่วม  ใช้ความกดดันจากกลุ่มเพื่อนมาเป็นข้อห้าม

• มัน จะช่วยสนับสนุนจากคนอื่นเมื่อคุณตัดสินใจว่าจะขับไป ผู้คนที่อยู่ข้างๆคุณ  มันง่ายกว่าที่จะหยุดและยากกว่าที่จะดึงคนขับต่อไปคุณอาจไม่ได้รับคำขอบคุณ ขณะนั้น  คุณจะไม่มีโอกาสที่จะพูดถ้าฉันทำ มันควรจะดีกว่านั้น

ความเหนื่อย
การขับมอไซด์เหนื่อยมากกว่าขับรถยนต์ใน ขณะขับคุณจะเหนื่อยเร็วกว่าที่อยู่ในรถเลี่ยงการขับเมื่อเหนื่อยความเหนื่อย จะมีผลต่อการควบคุมมอเตอร์ไซด์
• ป้องกันจากสิ่งรอบข้าง  ลม  ความหนาว  ฝน  ทำให้คุณเหนื่อยเร็วเสื้อผ้าที่อบอุ่นกะบังลมเป็นตัวที่ดีที่สุดถ้าคุณ

จะขับในระยะทางที่ไกลๆ
• กำหนดระยะทางนานๆครั้งผู้ขับที่มีประสบการณ์จะขับมากกว่า  6ชม./วัน
• เบรกพักบ่อยๆหยุดและออกจากมอเตอร์ไซด์อย่างน้อย  2 ชม.
• อย่าเมาและใช้ยา  ยาชูกำลังบ่อยครั้งก็มีผลทำให้เหนื่อล้าหรือ
หมุนฝาจุกน้ำมันให้แน่น  ถ้าสายฝ่าจุกน้ำมันติดแน่น หรืออาจจะหักหรือหลุดออกมา

Social