บทที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
อะไรเป็นสิ่งที่คุณคิดถึงเมื่อถามว่า “อะไรคือคนขับรถจักยานยนต์ที่ดี” สิ่งหนึ่งคือการปฏิบัติตามให้ถูฏ๖ฮ.กฎหมายใช่หรือไม่, เป็นผู้ที่มีความชำนาญการขับใช่หรือไม่, เป็นผู้ที่ขับเข้าโค้งได้อย่างรวดเร็วใช่หรือไม่ เน้นผู้ที่ขับช้าและมีการคาดการล่วงหน้าใช่หรือไม่, เป็นผู้ที่ขับไม่เกิดอุบัติเหตุใช่หรือไม่
ไม่ว่าจะใช้ข้อจำกัดความของ “ผู้ขับขี่รถจักยานยนต์ที่ดีเป็นอย่างไร” เป็นข้อคิดเบื้องต้นของผู้ขับขี่ที่ดีควรมี
ทั้ง ความปรารนาและเรงกระตุ้น เพื่อเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงของในขณะขับขี่ เป็นการนำทักษะสำคัญขั้นสูงสุดของการขับขี่และแน่นอนเป็นการนำจิตสำนึกที่ดี เข้ามาประยุกต์ แต่จิตใต้สำนึกควรถูกปลูกฝังให้เป็นผู้ขับขี่ที่ดี คือพลังสำคัญที่จะช่วยคิดและวางแผนในการหลบหลีกปัญหาที่ก่อให้เกิดความ เสี่ยง
ผู้ขับขี่รถจักยานยนต์ที่ดีควรจะลดปัจจัยที่จะเกิดปัญหาโดยใช้ เข้ามาแก้ไขกลยุทธ ความรับผิดชอบในการขับขี่เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการที่มีความชำนาญอย่างเดียว และมากกว่าจิตสำนึกที่ดี ก็คือการคิดก่อนที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้น
หมายความว่าการพิจารณาผลต่อเนื่องการกระทำ นี่คือการเตรียมพร้อมทางด้านจิตสำนึกเพื่อลดความเสี่ยง
การ เคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกายเป็นส่วนประกอบของความเสียง เป็นสิ่งที่จะต้องรู้ว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องขจัดออกไปอย่างแท้ จริง สิ่งหนึ่งที่แน่ใจในการจัดการกับความเสี่ยงสิ่งแรกคือ สนใจกับภัยของความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ที่สองคือ มีแผนจำเพราะลองรับเพื่อลดความเสี่ยง
ทางหนึ่งที่จะคิดเกี่ยวกับความ ปลอดภัยของคุณ เมื่อคุณขับขี่ควรพิจารณาถึงขอบเขตความปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งหมายถึงการพิจารณาถึงแก้ไขก่อนเจอความพิดพลาด หรือมีเวลามากขึ้นและทิ้งระยะห่างความที่ต้องการจากความชำนาญที่มีอยู่ ทัศนะวิสัยและความปลอดภัย หรือ การมอง เป็นหลักการง่ายๆแต่มีพลังมากในการวางแผน การมองคือการค้นหา ประเมิน และปฏิบัติ มันเป็นการวางแผนที่จะช่วยให้คุณเข้าใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในถนนและยังเป็น แบบอย่างการแก้ไขสถานะการต่างๆ
การมองเห็นคือ
- ค้นหาปัจจัยที่กำลังน่าจะทำให้เกิดสถานการณ์ที่เสี่ยง
- ประเมินปัจจัยที่น่าจะทำให้มีการเพิ่มความเสี่ยง
- ปฎิบัติการเพื่อรักษาระดับของความปลอดภัย
การมองคือการค้นหาคำถามให้กับตัวคุณเอง , ผู้ร่วมทางคนอื่นๆจะทำอะไร ? อะไรจะเกิดขึ่นถ้าคนขับรถคันอื่นๆมองไม่เห็นเรา , จะทำอย่างไรถ้ามีกรวดในทางโค้งข้างหน้า ? , จะทำอย่างไรถ้ารถทางด้านขวาของทางแยกไม่ให้ทาง ? นั่นเป็นสถานะการณ์ปรกติเพียงบางอย่าง ถ้าพวกเขาไม่ถูกว่าจ้างมา เขาจะมีโอกาสชนง่ายขึ้นการปฏิบัติอย่างง่ายๆ คือคุณจะต้องมองเห็น เมื่อคุณได้พัฒนาทักษะการขับขี่ของคุณอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งก็เหมือนกับคนอื่นๆ บนท้องถนน พยายามมองให้มากเพื่อให้มีเวลาและระยะมากๆ
ทัศนะวิสัยเพื่อความปลอดภัยใช้ได้ผลในทุกที่ และช่วยให้คุณแน่ใจในความปลอดภัยของคุณ และของคนอื่นๆ การเตรียมความพร้อมในการขับรถอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบ มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะรู้จักการเตรียมตัวคุณและรถจักยานยนต์ และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยในการขับขี่
10 ทางในการลดความเสี่ยงพึงจะเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทย
- ความผิดพลาดของผู้ขับขี่เองเป็นปัจจัยหลักในอุบัติเหตุของรถจักยานยนต์ ในประเทศไทย เพราะว่าผู้ขับขี่ขับรถตั้งแต่อายุยังน้อย ( 14-15 ) โดยเฉพาะในชนบทส่วนใหญ่ไม่ได้รับการฝึกอบรมพื้นฐานการการขับอย่างปลอดภัยและ กฏจราจร คุณต้องระวังผู้ขับขี่คนอื่นๆจำนวนมากที่จะทำผิดกฏและความมีพกพร่องในการขับ ขี่ของพวกเขาเอง คุณจึงจำเป็นต้องขับขี่เชิงป้องกันอุบัติเหตุ แนวทางที่ดีในการลดความเสี่ยงคือคุณควรเข้าร่วมการฝึกอบรบการขับขี่อย่าง ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในการขับขี่เพื่อความปลอดภัยของตัว คุณเอง
- แอลกฮอลคือปัจจัยส่วนใหญ่ของการเกิดอุบัติเหตุของรถจักยานยนต์ ผู้ขับขี่ที่ดื่มแอลกอฮอ ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุเนื่องจากส่วนใหญ่สูญเสียการควบ คุมรถจักยานยนต์โดยปรกติมักขับตกถนนเอง ลดความเสี่ยงโดยการไม่ดื่มแอลกอฮอหรือใช้สารเสพติดทุกครั้งก่อนที่จะขับรถ ต้องให้มั่นใจว่าคุณอยู่ในสภาวะทีดีเมื่อคุณขับขี่
- เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบในการขับขี่เมื่อคุณขับขี่จักยานยนต์ อย่ารอให้ตำรวจบังคับให้คุณทำตามกฏจราจร คุณควรบังคับตัวของคุณเอง การที่ตำตรวจตรวจจับการฝ่าฝืนกฏของคุณถือเป็นเรื่องเล็ก ถ้าเทียบกับการไม่มีความรับผิดชอบของตัวคุณเองที่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงสูง
- สาเหตุของอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผู้ขับรถหรือผู้ขับขี่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งมองไม่เห็นอีกฝ่าย คุณควรจะทำทุกอย่างที่คุณสามารถทำได้เพื่อเพิ่มทัศนะวิสัยของคุณเองและผู้ อื่นเห็นเราในสภาพจราจร ควรเปิดไฟในเวลากลางวันและจำเป็นต้องเปิดในเวลากลางคืน อย่าปรับแต่งหรือถอดกระจกออก หาสิ่งป้องกันสายตาจากฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก
- อุบัติเหตุที่เกิดบ่อยที่สุดคือรถจักยานยนต์ชนด้านหลังรถคันอื่น ลดความเสี่ยงของคุณโดยใช้กฏการตามหลังรถคันอื่นซึ่งอยู่ข้างหน้าของคุณ 4 วินาที ซึ่งระยะห่างควรปรับเปลี่ยนตามสภาพสิ่งแวดล้อม
- ในอุบัติเหตุส่วนใหญ่ผู้ขับรถมีเวลาแค่ 2 วินาทีในการตัดสินใจแก้ไขสถานะการณ์ ซึ่งคุณสามารถเพิ่มโอกาสของคุณได้โดยการเรียนรู้ทักษะกการหลีกเลี่ยงการชน เช่น การเบรค การหักหลบ อย่างไรก็ตามลดความเสี่ยงของคุณ โดยตระหนักถึงทักษะการขับขี่เชิงป้องกันอุบัติหตุเพื่อลดความรุนแรงของการ เกิดอุบัติเหตุ และเรียนรู้ระยะห่างเพื่อความปลอดภัยรอบรถจักยานยนต์ของคุณ
- เบรคเสีย, ระบบบังคับเลี้ยว, ตรวจสอบหลอดไฟขาดและไฟเลี้ยวเสียและระบบช่วงล่างเพื่อเป็นการลีกเลี่ยง อุบัติเหตุ ตรวจตราจักรยานยนต์ด้วยตัวคุณเองและไม่ควรปรับแต่งระบบต่างๆที่ออกมาจากโรง งาน ควรมั่นตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอโดยการทดสอบก่อนที่จะขับขี่รถจักยานยนต์ทุก ครั้ง
- การทรงตัวของรถจักยานยนต์จะเสียถ้าผู้ขับขี่นั่งในตำแหน่งที่ไม่ถูก ต้อง การปรับเบาะรถเพื่อขับขี่ได้อย่างเหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงของคุณโดยคนซ้อน ท้ายไม่ปฏิบัติหรือรบกวนจนก่อให้เกิดการเสียการทรงตัว อย่าบรรทุกสิ่งของอย่างเช่น ถังก๊าชหรือ สิ่งของที่ทำให้เกิดความรุงลังสิ่งเหล่านี้เป็นการเสี่ยงมาก
- สภาพสิ่งแวดล้อมและความมืด เป็นสาเหตุทำให้เพิ่มความเสี่ยงของคุณ ควรจะระมัดระวังถนนที่ชำรุดเสียหาย ( เป็นหลุมเป็นบ่, ดินถล่มทับถนน , มีกรวดทรายบนผิวถนน ) และควรจะเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้มีผลต่อความสามารถในการขับอย่างไร ยิ่งคุณขับเร็วมากคุณยิ่งมีความเสี่ยงมาก อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นที่ความเร็วมากกว่า 50 กม/ซม โดยทั่วไปผู้ขับขี่จะเสียชีวิต
- การสวมหมวกกันน๊อคไม่ได้เป็นการลดความเสี่ยงของคุณที่จะเกิดอุบัติเหตุ แต่อย่างไรก็ตามการออกแบบหมวกกันน๊อคที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต ของคุณ บ่อยครั้งที่ผู้สวมหมวกกันน๊อคเสียชีวิตจากการสวมหมวกที่ไม่ถูกต้อง ถ้าหมวกกันน๊อคหลุดออกจากความเสี่ยงในการเสียชีวิตของคุณจะมากกว่าคนที่ไม่ สวมหมวกกันน๊อคอีกเสียด้วย


